เเกงเขียวหวานไก่

ความเป็นมาอาหารภาคกลาง

ความเป็นมาของอาหารไทยภาคกลาง

อาหารหารไทยภาคกลาง  คือเป็นอาหารที่ชาวภาคกลางคิดค้นขึ้นมาให้เหมาะสมกับภูมิภาคเพื่อให้ง่ายต่อการหาวัตถุดิบ ยังมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนภาคไหนอีกด้วย ในด้านรสชาติหรือรูปร่างลักษณะ

ความสำคัญ อาหารไทยภาคกลางนอกจะเป็นที่นิยมของคนภาคกลางแล้ว ยังเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติที่ได้เข้ามาเที่ยวชมหรือมาค้าขายกับคนไทย นอกจากจะมีรสชาติที่ดีแล้วยังมีสรรพคุณช่วยป้องกันโรคต่างๆอีกด้วย เพราะในอาหารไทยภาคกลางมีสมุนไพรอยู่หลายชนิดด้วยกันนอกจากจะช่วยป้องกันโรคภัยต่างๆ แล้วยังช่วยในเรื่องของกลิ่นให้น่ารับประทานขึ้นอีกด้วย

ลักษณะของอาหารไทยภาคกลาง

1รสชาติ โดยหลักๆแล้วอาหารไทยภาคกลางจะมีรสชาติ เปรี้ยว เค็ม หวาน จะไม่ได้เน้นรสชาติ ขม เผ็ดแบบภาคอื่น ยกตัวอย่าง เช่น โหลนปู จะมีรสชาติที่มันหวานเปรี้ยวอาจจะมีเม็ดพริกขี้หนูเป็นลูกโดดแก้เลี่ยน

2รูปน่างลักษณะของอาหารภาคกลาง ภาคกลางเป็นภาคที่อุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว และยังเป็นภาคที่ติดกับเมืองหลวงเลยมีการพัฒนามากกว่าภาคอื่นๆจึงมีงการประดิษฐ์ตกแต่งอาหารมากกว่าภาคอื่นๆและยังมีเครื่องเคียงมากมายมาใช้สำหรับการรับประทานกับอาหารประเภทต่างๆ

3กลิ่นและสี ภาคกลางจะเน้นไปที่กลิ่นเพราะอาหารภาคกลางจะมีสมุนไพรอยู่มากในเครื่องแกงจึงทำให้มีกลิ่นที่หลากหลาย ส่วนรสชาติจะเน้น 3 รส คือ เปรี้ยว เค็ม หวาน อาจจะมีเผ็ดแซมๆอยู่นิดหน่อยไม่มากนักเท่าภาคอื่นๆ

4เครื่องเคียง คือ ผักหรืออาหารที่ไว้รับประทานคู่กันกับอาหารชนิดนั้น เช่น น้ำพริกกะปิ ก็จะมี ปลาทูทอด ไข่ทอดชะอม และผักสด ผักลวก อีกมากมาย

ลักษณะเฉพาะของอาหารภาคกลาง ลักษณะเฉพาะของอาหารท้องถิ่นภาคกลางนับว่าเป็นลักษณะเด่นของแต่ล่ะภาค มีลักษณะดังนี้

อาหารภาคกลางเป็นภาคที่มีการประดิษฐ์ประดอยอาหารมากที่สุดเพราะว่าอาหารภาคกลางต้องรับประทานคู่กับเครื่องเคียงหลายชนิดเพื่อให้รสชาตตัดกันอย่างลงตัวและมีการแกะสลักเพื่อนความสวยงามหรือใช้เป็นภาชนะอยู่หลายรูปแบบและยังเป็นภาคที่มีอาหารว่างมากกว่าภาคอื่นๆ เช่น ไส้กรอก ปลาแหนม ข้าวตังเมี่ยงลาว ข้าวตังหน้าตั้ง ปั้นขลิบถั่วไส้ต่างๆ สาคูไส้หมู ข้าวเกรียบปากหม้อและอาหารภาคกลางมักนิยมจัดเป็นสำหรับไว้รับประทานคู่กับเครื่องเคียงแล้วให้เหมาพกับฤดูในช่วงนั้นๆ

ทริคการทำแกงเขียวหวานให้เนื้อนุ่ม

ตัวเครื่องแกงมี

  1. หอมแดง 50กรัม 2. กระเทียมไทย20กรัม 3. เกลือ 1ช้อนชา 4. กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ 5. รากผักชี 2 ต้น6. พริกไทยเม็ด10 เม็ด 7. พริกชี้ฟ้าสดสีเขียว10 เม็ด 8. พริกขี้หนูสด15 เม็ด 9 ตะไคร้10กรัม 10. ข่า10 กรัม 11. ผิวมะกรูด1 ช้อนชา 12. ลูกผักชี1  ช้อนชา 13. ยี่หร่า1 กรัม 14. ลูกจันทน์2ช้อนชา

วัตถุดิบ

  • เนื้อวัวส่วนที่ชอบ 1 โล
  • หัวกะทิ500กรัม
  • หางกะทิ(กลาง)1กิโลกรัม
  • มะเขือเปราะ400กรัม
  • มะเขือพวง100กรัม
  • ใบมะกรูดฉีก8ใบ
  • โหระพาเด็ดเป็นใบ50กรัม
  • น้ำปลา50กรัม
  • น้ำตาลปิ้บ20กรัม
  • พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ20กรัม

วิธีทำแกงเขียวหวาน

  • 1ตั้งหัวกะทิ 200กรัม ใช้ไฟแรงปานกลาง เคี่ยวให้มันแตก ใส่พริกแกงเขียวหวานลงไปผัดให้สุก ค่อยๆเติมหัวกะทิที่เหลือ 200กรัม ทีละน้อย ผัดจนแตกมันดี
  • 2ใส่เนื้อลงไปผัด ใส่ใบมะกรูดฉีก ผัดให้เนื้อสุกดี เติมหางกะทิกลางที่เหลือ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปิ้บ
  • 3ใส่มะเขือเปราะ และมะเขือพวงลงไปในขณะที่น้ำแกงเดือด คนให้เข้ากัน
  • 4ปิดฝาหม้อ เพื่อไม่ให้มะเขือดำ ต้มจนมะเขือสุกดี ชิมรสอีกครั้ง
  • 5ใส่พริกชี้ฟ้าแดง ใบโหระพา ปิดไฟ เป็นอันเสร็จสำหรับแกงเขียวหวานเนื้อรสเด็ด

ทริคทำให้เนื้อนุ่ม

เรานั้นเนื้อมาต้มกับหางกะทิแล้วก็นำสัปปะรดใส่แล้วเขี้ยวไฟอ่อนไปเรื่อยๆจะทำให้เนื้อนุ่มละมุนปาก

<<< กลับหน้าหลัก