คลังเก็บรายเดือน: มีนาคม 2019

ความเป็นมาอาหารไทย

ยูฟ่าเบท

ความเป็นมาของอาหารไทย

อาหารไทย เป็นอาหารประจำของคนไทย ที่มีการสั่งสมและถ่ายทอดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีต จนเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ ถือได้ว่าอาหารไทยเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่สำคัญของไทย อาหารที่ขึ้นชื่อที่สุดของคนไทย คือ ต้มยำกุ้งเพราะมีเอกลักษณ์ในเรื่องของสมุนไพร

จุดกำเนิด

อาหารไทยมีจุดกำเนิดพร้อมกับการตั้งชนชาติไทยขึ้นมา และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน จากการศึกษาของ อาจารย์กอบแก้ว นาจพินิจ มหาวิทยาลัยขอนเเก่น เรื่องความเป็นมาอย่างไรของอาหารไทยยุคต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้

ยุคก่อนประวัติศาสตร์

จากหลักฐานที่พบว่าในช่องท้องของศพผู้หญิง อายุราว 3,000 ปี ที่บ้านโคกพนมดี อำเภอบางเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ได้พบข้าวเปลือก เศษกระดูก เกล็ดและก้างปลา นอกเหนือจากนี้ยังพบซากปลาอยู่ในหม้อดินเผา ที่ตำบลพลสงคราม อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ มีอายุไม่ต่ำกว่า 3,000 ปี ทำให้เห็นว่าคนไทยเมื่อ 3,000 ปี ก่อน กินข้าวกับปลาเป็นอาหาร

สมัยสุโขทัย

อาหารในสมัยสุโขทัยได้อาศัยหลักฐานจาก ศิราจารึกและ วรรณคดี สำคัญคือ ไตรภูมิพระร่วงของ พญาลิไท ที่ได้กล่าวถึงอาหารไทยในสมัยนี้ว่า มีข้าวเป็นอาหารหลัก โดยกินร่วมกันกับเนื้อสัตว์ ที่ส่วนใหญ่ได้มาจากปลา มีเนื้อสัตว์อื่นบ้าง กิน ผลไม้ เป็นของหวาน การปรุงอาหารได้ปรากฏคำว่า

แกง ใน ไตรภูมิพระร่วงที่เป็นที่มาของคำว่า ข้าวหม้อแกงหม้อ ผักที่กล่าวถึงในศิลาจารึกนั้น คือ  เเตง กับน้ำเต้า ส่วนของหวานก็ใช้วัตถุดิบพื้นบ้าน เช่น ข้าวตอก และ น้ำผึ้ง ส่วนหนึ่งนิยมกินผลไม้แทนของหวาน

สมัยอยุธยา

สมัยนี้ถือว่าเป็นยุคทองของคนไทย เพราะได้มีการติดต่อกับชาวต่างประเทศมากขึ้นทั้งชาวตะวันตกและตะวันออก จากบันทึกเอกสารของต่างประเทศ พบว่าคนไทยกินอาหารแบบเรียบง่าย ยังคงมีปลาเป็นหลัก มีต้ม มีแกง และคาดว่ามีการใช้น้ำมันในการประกอบอาหารแต่เป็นน้ำมันจาก มะพร้าวและ กะทิ มากกว่าไขมันหรือน้ำมันจากสัตว์มาทำอาหารอยุธยามีเช่น หนอนกะทิ วิธีทำคือ ตัดต้นมะพร้าว แล้วเอาหนอนที่อยู่ในต้นนั้นมาให้กินกะทิแล้วก็นำมาทอดก็กลายเป็นอาหารชาววังขึ้น คนไทยในสมัยนั้นได้รู้จักวิธีการถนอมอาหาร เช่นการนำไปตากแห้ง หรือทำเป็นปลาเค็ม มีอาหารประเภทเครื่องจิ้ม เช่น น้ำพริกกะปิ นิยมบริโภคสัตว์น้ำมากกว่าสัตว์บก โดยเฉพาะสัตว์ใหญ่ ไม่นิยมนำมาฆ่าเพื่อใช้เป็นอาหาร ได้มีการกล่าวถึงแกงปลาต่างๆ ที่ใช้เครื่องเทศ เช่น แกงที่ใส่หัวหอม กับ กระเทียม สมุนไพร และเครื่องเทศ ที่คาดว่านำมาใช้ประกอบอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวของปลาได้ หลักฐานจากการบันทึกของบาทหลวงชาวต่างชาติที่แสดงให้เห็นว่าอาหารของชาติต่าง ๆ เริ่มเข้ามามากขึ้นในสมัย สมเด็จพระนารายณ์ เช่น ญี่ปุ่น จีน โปรตุเกศ เยอรมัน และ ฝรั่งเศษ สำหรับอิทธิพลของอาหารจีนนั้นคาดว่าเริ่มมีมากขึ้นในช่วงยุคกรุงศรีอยุธยาตอนปลายที่ไทยตัดสัมพันธ์กับชาติตะวันตก ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าอาหารไทยในสมัยอยุธยา ได้รับเอาวัฒนธรรมจากอาหารต่างชาติ โดยผ่านทางการมีสัมพันธไมตรีทั้งทางการทูตและทางการค้ากับประเทศต่างๆ และจากหลักฐานที่ปรากฏทางประวัติศาสตร์ว่าอาหารต่างชาติส่วนใหญ่แพร่หลายอยู่ในราชสำนัก ต่อมาจึงถูกกระจายไปสู่ประชาชน และกลมกลืนกลายเป็นอาหารไทยไปในที่สุด

สมัยธนบุรี

จากหลักฐานที่ปรากฏในหนังสือเเม่ครัวหัวป่าก์ ซึ่งเป็นตำราการทำกับข้าวเล่มที่ 2 ของไทย ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน สภาสกรวงพบความต่อเนื่องของวัฒนธรรมอาหารไทยจากกรุงสุโขทัยมาถึงสมัยอยุธยา และสมัยกรุงธนบุรี และยังเชื่อว่าเส้นทางของอาหารไทยคงจะเชื่อมจากกรุงธนบุรีไปยังสมัยรัตนโกสินทร์ โดยผ่านทางหน้าที่ราชการและสังคมเครือญาติ และอาหารไทยสมัยกรุงธนบุรีน่าจะคล้ายคลึงกับสมัยอยุธยา แต่ที่พิเศษเพิ่มเติมคือมีอาหารประจำชาติจีนอีกด้วย

สมัยรัตนโกสินทร์

การศึกษาความเป็นมาของอาหารไทยในยุครัตนโกสินทร์นี้ได้จำแนกตามยุคสมัยที่นักประวัติศาสตร์ได้กำหนดไว้ คือ ยุคที่ 1 คือตั้งแต่สมัยรัชกาลที่1จนถึงรัชกาลที่3 และยุคที่คือ 2 คือตั้งแต่สมัยรัชกาลที่4 จนถึงรัชกาลปัจจุบัน

<< กลับหน้าหลัก